นิทานดอกลันทม



นิทานดอกลันทม 

  นิทานดอกลันทม...เดิมดอกลันทมเป็นไม้หอมไปสามภพ คือ สวรรค์   มนุษย์  บาดาล แต่ดอกลันทมจะบานเฉพาะกลางคืนเท่านั้น เทพทั้งหลายต่างหมายปองเป็นเจ้าของ แต่ก็สู้เทพแสงจันทร์ผู้มีความพยายามไม่ได้  สุดท้ายความรักเลยทำให้ดอกลัมทมสลดหดหู่ และเศร้าโศกมาถึงปัจจุบันนี้  ผมจะเล่าให้ท่านฟังโดยเขียนเป็นบทกลอนเพื่อเพิ่มอรรถรสในการเข้าถึงอารมณ์ของเรื่อง อารมณ์ของความสลดหดหู่เมื่อรักไม่สมหวัง..ผมอยากจะฝากพี่น้องอีสานทุกคนว่า ขอให้เรื่องนี้เป็นสมบัติของคนอีสานบ้านเราตลอดไป...พ่อใหญ่หนูเคยแพร่นิทานบทนี้ใน ไฮ5 แล้วครับผมแต่คนละนามปากกา



นิทาน ”ดอกลั่นทม”

กาลครั้งหนึ่งนามมาแล้วจำไม่ได้
เทพแห่งไท้แสงจันทร์ได้ส่องหล้า
เป็นตำนานเล่าขานเรื่องนานมา
เทพจันทราส่องแสงต้องลั่นทม

ลั่นทมขาวเจือสมความบริสุทธิ์
เปรียบประดุจน้ำค้างในกลางหาว
ความขาวของลั่นทมดูแพรวพราว
เหมือนดวงดาวเต็มท้องฟ้าอิจฉาจริง

เทพแสงจันทร์วิ่งไปด้วยฤทธิ์กล้า
ชั่วพริบตาถึงลั่นทมบนโลกใหญ่
เทพแสงจันทร์บอกรักยังเอาใจ
บอกความในให้ลั่นทมบานทั้งคืน

ลั่นทมขาวชื่นอุราเทวาสั่ง
จึงหันหลังบานสพรั่งเสน่หา
เทพแสงจันทร์ได้ชุ่มฉ่ำเต็มอุรา
ตลอดเวลาทั้งคืนชื่นฤดี

เมื่อราตรีใกล้จะสางสว่างแล้ว
เสียงไก่แจ้ว “อีเอ๊ก” เปกเสียงขรม
ได้เวลาใกล้จะสางบอกลั่นทม
เทพแสงจันทร์ต้องข่มจำใจลา

พอแดดมาลั่นทมก็หุบดอก
แดดก็บอกบานให้เราได้เห็น
ลั่นทมขาวไม่ยอมบานจึงเบี่ยงเบน
ขอแดดเห็นใจเราโปรดเข้าใจ

เทพแดดใหญ่คิดกาลไกลลั่นทมอ่อน
กลัวจะงอนไม่บานให้แดดเห็น
แม้ชาตินี้ไม่เห็นขอกรรมเวร
โปรดเห็นใจแดดบ้างก็ยังดี

พอราตรีเริ่มเข้าเป็นเงามืด
แสงจันทร์ยืดทรงตัวเตรียมส่องแสง
เทพแสงจันทร์สาดส่องไม่อ่อนแรง
ลั่นทมแจ้งได้กล่าวถามกับแสงจันทร์

ถ้าลั่นทมจะไปยังดาวท่าน
ต้องให้ฉันทำตัวเป็นไฉน
เทพแสงจันทร์บอกว่าต้องแปลงกาย
ให้เป็นไม้สีเหลืองทองผ่องอำพัน

เพราะที่นั้นสีอำพันเขาเป็นใหญ่
ใครจะไปต้องสีเดียวกับพวกฉัน
ถ้าจะไปต้องสีเหลืองผ่องอำพัน
เทพที่นั้นสีเดียวกันกับฉันเอง

ลั่นทมกลั้นน้ำตาไว้ไม่ได้
จึงร้องไห้ใจฉันมันหดหาย
เทพแสงจันทร์หาทางหาอุบาย
ขาวจะกลายเป็นเหลืองทองผ่องอำพัน

เทพแสงจันทร์หาดอกไม้ดอกใหญ่ใหญ่
กระโดดไปดวงจันทร์ด้วยฤทธิ์กล้า
ไปรับน้ำค้างกลางหาวที่ล่นมา
ด้วยฤทธิ์ธาจึงกลับมาหาลั่นทม

ระบายต้นด้วยน้ำค้างกลางหาว
ระบายยาวกิ่งก้านใบทั้งสาขา
มาถึงดอกลั่นทมปวดอุรา
เทพจันทราจะระบายหายหมดกัน

ตะวันก็ใกล้จะขึ้นจะเห็นแดด
น้ำค้างแหลกหมดแล้วไม่มีเหลือ
เทพแสงจันทร์ทรุดกายด้วยอ่อนเพลีย
ลั่นทมเสียใจยิ่งปริ่มจะตาย

กายก็หนาวเหน็บในใจก็เศร้า
อกปวดร้าวลั่นทมข่มใจไหว
เจ็บปวดช้ำลึกลึกถึงเนื้อใน
แต่อีกใจสงสารเทพแสงจันทร์

นี้หรือเทพแสนดีมีฤทธิ์เดช
น่าสมเพทไม่รู้การงานจึงเสีย
แม้ได้เราเอาไปเป็นผัวเมีย
เราคงเสียใจตายเข้าสักวัน

ลั่นทมกลั้นน้ำตาจนเหือดแห้ง
จนอ่อนแรงเหมื่อยหล้าน้ำตาไหล
ต่อแต่นี้คงไม่เห็นจำจากไกล
ขออย่าได้พบพานเทพแสงจันทร์

เทพแสงจันทร์ทรงกายอธิบายเหตุ
เกิดอาเพทกับน้ำค้างบนกลางหาว
เหตุเพราะพวกหมู่เพื่อนกลุ่มดวงดาว
กินน้ำค้างกลางหาวจนหมดไป

ใจแสงจันทร์สุดตรมทั้งขมขื่น
ขาจะยืนทรงกายแทบไม่ไหว
เหตุเพราะรักลั่นทมสุดหัวใจ
เหม่อมองไกลน้ำตาล้นจนปัญญา

แม้ฤทธิ์ธาจะกล้าสักเพียงไหน
แต่เมื่อขาดกำลังใจไม่ใคร่หา
ใจเด็ดเดี่ยวขอรักเดียวแม้มรณา
ขอสักคราลั่นทมโปรดข่มใจ

ตะวันขึ้นยามเช้าดูเงียบเหงา
แสงแดดเราคอยหาลั่นทมหาย
หรือว่าน้องลั่นทมไม่สบาย
ตัวพี่ชายจะส่องแดดให้อ่อนลง

ใจประสงค์หาคู่จึงพันผูก
อยากจะปลูกรักไว้ลั่นทมเห็น
แต่แดดส่องวันนี้กลับมีเวร
จึงเทียวเข็นเทียวส่องท้องฟ้าไป

ลั่นทมขาวใจสลดทั้งหดหู่
เคยมีคู่สุขสมภิรมย์หมาย
มาคืนนี้กลับเปลี่ยวอยู่เดียวดาย
มองรอบกายไม่เห็นเทพแสงจันทร์

จึงลำพันตัวฉันชั่งตกอับ
มีความรักกับเขายังเศร้าหมอง
หรือว่าเวรที่ทำคอยตามจอง
จึงมองไปบนฟ้าไม่เห็นจันทร์

ทั้งรำพรรณร้องไห้อาลัยรัก
บ้างหยุดพักบ้างสะอื้นกลื่นความขม
ยิ่งคิดไปในหัวใจยิ่งตรอมตรม
ดอกลั่นทมไม่ออกดอกสามพันปี

ทั้งราตรีกลางวันไม่ออกดอก
ความช้ำชอกในใจใครจะเห็น
ต้องกล้ำกลื่นฝืนใจใครอยากเป็น
ทนลำเค็ญตลอดมาสามพันปี

แสงแดดดีตอนเช้าส่องสว่าง
แดดบอกนางลั่นทมเห็นใจบ้าง
สามพันปีพี่งอนง้อไม่ละวาง
ขอเจ้าฟังพี่บ้างช่างกระไร

จะอย่างไรยังมีชีวิตอยู่
จะมีคู่หรือไม่อย่าหวั่นไหว
แม้ไม่มีก็ไม่เห็นจะเป็นไร
ให้ใส่ใจพี่บ้างก็ยังดี

แม้ดอกช้ำกลีบช้ำหรือหดหาย
ผ่านมือชายร้อยพันฉันไม่หวง
เพียงเสี้ยวเดียวของดอกหรือเต็มดวง
พี่จะหวงแหนไว้ถ้าได้ชม

ลั่นทมตรมตรอมใจมาหลายกัปล์
ถ้าจะนับสามพันปีที่หดหาย
แม้แสงแดดออดอ้อนอยู่ข้างกาย
ยังไม่หายตรอมตรมต้องข่มใจ

จึงออกดอกให้แดดดูยามเช้าเช้า
แดดเห็นขาวแต่กลีบใบข้างในเหลือง
แดดไม่รู้ความในจึงไม่เคือง
เห็นเหลืองขาวผุดผ่องบอกงามตา

ด้วยฤทธิ์ธาแดดจ้าอธิฐาน
ขอจงดลบันดานกิ่งก้านใหม่
ให้เขียวสดงดงามพร้อมทั้งใบ
ดอกขาวใหญ่เหลืองในให้งามตา

แม้ใครมาเห็นดอกให้หลงเจ้า
ใครพบเข้าให้เขาหลงเสน่หา
ตรงกลีบดอกให้หอมทั่วพารา
ใครได้มาให้ถนอมไว้ยาวนาน

ให้เจ้าบานยามพบแดดจรดค่ำ
ให้เจ้าคว่ำหุบดอกกลางคืนหาย
ให้เจ้าบานยามเช้าตลอดไป
ให้เจ้าได้พรนี้ชั่วนิรันดร์