สรภัญญะ กลอน ขูลู นางอั้ว


  
           ว่ากันว่ามีหมู่บ้านหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า บ้านโคกกง และอีกหมู่บ้านหนึ่งชื่อ บ้านทุ่งมน สองหมู่บ้านนี้ติดกัน รักใคร่สามัคคีกันดี มีเพื่อนฮักเพื่อนแพง(เสี่ยวกัน)สองครอบครัว ความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อน 2 ครอบครัวสัญญากันไว้ว่า ถ้าใครมีลูกชายจะให้เป็นเพื่อนกัน หากอีกฝ่ายเป็นหญิงจะให้แต่งงานกัน โดยไม่มีเงื่อนไข

          วันหนึ่งฝ่าย นางกาสี อยู่บ้านโคกกง ซึ่งมีสวนส้ม กำลังสุกเหลือง ส่วนฝ่ายบ้านทุ่งมน เกิดอยากกินผลส้มเลยชวนพวกมาขอผลส้มกินแต่ นางกาสีหวงไม่ยอมยกให้ จนเกิดผิดใจกันระหว่างเพื่อน ก็เลยเลิกคบค้ากัน ขนาดว่าจะไม่ให้ลูกหลานคบค้าสมาคมกัน และแค้นใจมาก


          18 ปีต่อมา ฝ่ายนางกาสี มีลูกชายชื่อ ขูลู ส่วนอีกฝ่าย มีลูกสาวชื่อ นางอั้ว ทั้งสองเกิดรักใคร่ชอบกัน โดยที่ไม่ฟังคำคัดค้านจากฝ่ายพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายเลยแม้แต่น้อย พ่อของนางอั้ว กลัวลูกสาวไปปล่อยตัวปล่อยใจจนเกินงามให้ ขูลู เลยออกอุบายให้นางอั้วแต่งงานกับ ขุนลาง 
           
          หลานเจ้าสัว มหาเศรษฐีปล่อยเงินกู้ผู้กว้างขวางและเอารัดเอาเปรียบในหมู่บ้านทุ่งมน วันหนึ่ง ขุนลางกับน้าชาย ได้ทวงเรื่องหนี้สินที่พ่อนางอั้วเคยหยิบยืมไป แต่ก็ไม่มีให้ในที่สุด น้าชายของขุนลางบังคับให้นางอั้วแต่งงานเพื่อชดใช้หนี้ นางไม่ยินยอมเพราะมีใจให้ขูลูอยู่ จึงตัดสินใจ ในคืนก่อนเข้าพิธีแต่งงานหนึ่งวันกับขุนลาง มอบกายให้ขูลูจากนั้นก็ตัดสินใจผูกคอตาย พอขูลูรู้ข่าวการตาย จึงใช้มีดแทงตัวตายตามนางอั้วไป




คำกล่าวสรภัญญะ

          ฟังก่อนท่านทั้งหลาย  ฟังบรรยาย ตามนิทาน  เป็นเรื่องแต่โบราณ
 เป็นนิทานแต่เก่าก่อน เป็นนิทานแต่เก่าก่อน...  

       เป็นเรื่องของนางอั้ว ได้เมามั่วรักขูลู  ถึงอยู่คนละแดน 
ได้เป็นแฟนกันมาก่อน  ได้เป็นแฟนกันมาก่อน..

       นางอั้วได่ไปเก็บหม่อนมาเกลี้ยหม่อ นอนลุกใหม่  นางอั้วได๋ไปแต่เช้า
จนเพลแล้วก็บ่อมา จนเพลแล้วก็บ่อมา...

ขูลูขึ้นขี่ม้าไปหาอั้วอยู่ป่าหม่อน  จนตะวันล้อนลอน  
อั้วนางจอนกลับคืนเมือ  อั้วนางจอนกลับคืนเมือ..

มาถึงแม่ก็ด่าว่านางไปเฮ็ดยังอยู่  หรือว่าไปนัดพบชู้  
ขูลูนั้นอยู่ป่าหม่อน  ขูลูนั้นอยู่ป่าหม่อน........

อั้วเอ๋ย  อย่างมาว่อนให้แม่สงสาร  แม่เคียดแต่ปางคาวนั้น  
แม่มีครรภ์ท้องพอแก่  แม่มีครรภ์ท้องพอแก่....

          อยากกินหมากส้มหลายแท้ แม่เลยแวะไปหากาสี   แม่ขูลูเป็นคนขี่ถี่  
ว่าบ่อมีส้มสุกดอกเสี้ยว  ว่าบ่อมีส้มสุกดอกเสี้ยว...

          ส้มสุกมีอยู่เต็มต้นบ่อได๋กินแม่แสนเจ็บใจ   อั้วเอ๋ย อย่าไปอาลัย
แม่จะให้แต่งกับกุลาง  แม่ให้แต่งกับกุลาง.....

          เขาเอาขันหมากมาวางเห็นบ่นางมีทั้งเงินทอง   นางอั้วสุดแสนเศร้าหมอง
ใจบ่ปองต่อกุลาง  ใจบ่ปองต่อกุลาง...

         แม่นั้นยังฮ้องบอกนาง  อีกบ่นานถึงวันวิวาห์  นางอั้วสุดแสนโศกา 
โอ้ยมารดามาจำใจ  โอ้ยมารดามาจำใจ....

         รุ่งนี้จะเป็นวันแต่ง  อั้วนางแพงมาแสนอุใจ   ตกดึกในกลางราตี 
อั้วนางนี้จิตใจวุ่นวาย   อั้วนางนี้ จิตใจวุ่นวาย...

          ถือแพรมาพลาดกายเดิน ร้องไห้ลงจากเรือน จิตใจยังย่ำเตือน ไม่ลืม
เลื่อนพระคุณมารดา   ไม่ลืมเลื่อนพระคุณมารดา...

         ชาตินี้คงสิ้นชีวา  อั้วนางหนายังรักขูลู  โอ้ยหน่อพ่อยอดชู้  
พี่ขูลูอั้วขอลาก่อน   พี่ขูลูอั้วขอลาก่อน...

         เดินมาก่อบ่นานถึงจวงจันทร์นางก่ออ่อน   จวงเอ๋ยพ่อเจ้าจงออ่น
ตามคำว้อนพระนิเวศ   ตามคำว้อนพระนิเวศ...

         จวงเอ่ยเจ้าจงเอน  อั้วมีเวรจงเอนลง ชาตินี้ไม่สมประสงค์  
จงเอนลงมาเถิดหนา   จงเอนลงมาเถิดหนา...

จวงจันทร์ยอดสูงเทียบฟ้า  เอนลงมาสู่พื้นดิน  นางอั้วหมดความหวังสิ้น   น้ำตาริน  
เลยร้องสั่ง    เลยร้องสั่ง......
 
     ** ลำ **
     อั้วนางเอ่ย อันความหวังมาพังสิ้น  น้ำตารินไหลรั่ง   เมิดความหวังเพียงท้อนี้  บ่มีเมื้อซิทรวงใจ  ขอจวงจันทร์จงได๋  น้อมส่งให้สมหวัง 

    ความรักมาเพพัง   ซิอยู่ไปบ่มิได๋  แม่มาจำใจให้  เอากุลางมาเป็นคู่ 
    เหลียวเบิ่งเฒ่าคราวปู่   อั้วนางเอาบ่ได๋  ซิตายถิ่มให้ทรวงเวร  ความทุกข์เป็นอย่านำต่อง  อย่ามั่วหมองในชาติใหม่ 

    อั้วขอสั่งลาลัย  อาศัยลมบอกแก่เจ้า  ขูลูอ้ายผู่อยู่ไกล  กับทั้งมารดาทัย   ให้ค่อยอยู่สุขขี่  อั้วนางมีราคี  ซิแต่งงานบ่มิได๋   อันคุณมารดาทัย

     อั้วขอแทนในชาติใหม่  อั้วขอสั่งลาลัย  เมิดความหวังหน่อท้อน้  นางขอเอิ้นแม่นสั้งลาเอ๋ย.....นางลาแล้ว....

**สรภัญญะ**
   
         อั้วนั้นได๋จำเอาผ้าพืนแพรวา มาผูกจอง   ครั้งหนึ่งผูกสายขาดน่อง   ครั้งที่สองผูกสายจวงจันทร์   ครั้งที่สองผูกสายจวงจันทร์.......    


         จวงจันทร์คอยลอยขึ้นฟ้า อั้วนางหนาก็สิ้นชีวัน   นางอั้วนี้เป็นนิทาน สารภัญญเราขอจบก่อน    สารภัญญเราขอจบก่อน.........