พ่อหม้ายใจทราม สรภัญญะสอนใจ เศร้ามากๆ


พ่อหม้ายใจทราม  สรภัญญะสอนใจ

คำกล่าว สร ภัญญะ  เรื่องพ่อหม้ายใจทราม  


                    …บัดนี้ เราจะ ได้กล่าว  ตามประวัติเรื่องราว   ของพ่อหม้ายใจทราม              
รับพร้อมกัน ;…
เมียตายป๊ะ เป็นเพราะเวรหรือกรรม         เลี้ยงลูกตาดำๆ .. เช้าค่ำได้เบิ่ง-แยง.   
 ความฮักแพงสองหล่าลูกอ่อนน้อย          บ่ตีบ่ต้อย ค่ำคล้อย ออยลูกเข้าบ่อน.
 สองปีปลาย แม่ตายป๊ะออนซอน            คนน้อง ญังอ่อน สองขวบปลายนั้นเป็นชาย.
อยู่ไม่นาน ฤดูการทำนา                            อกพ่อหม้ายเหว่ว้า บ่มีคนมาส่งข้าวงาย
ฝนตกฮำ อยู่ผู้เดียวใจวุ่นวาย                  ไผน้อซิมาม่าย  อยากได้เมียมาอยู่นำ
    พอไม่นาน ได้พบพานแม่ยอดชู้            ไปมาหาสู่  อยากมีคู่สาวทองดำ
ถ้อยวาจา เจ้าช่างมาลึกล้ำ อยากได้สาว..ทองดำ  ให้ฆ่าลูก เจ้าตายก่อน
หากกล้าทำ ดำซิเอา ซ่อนบ่อน                บ่กล้าอย่ามาวอน อย่ามาเว้าให้ร่ำไร
อกพ่อหม้าย ฝังจำลงในใจ                     มื้ออื่นเด้อสิได้ ลวงลูกไปฆ่าปล่อย
มื้ออื่นมา ได้เวลาบ่ายคล้อย                   เอิ้นสองลูกน้อย พ่อสิพาไปท่ง
ไปหาปลาพาไปจับปูโข่ง                         แล้วพาเข้าดง ไปขุดสร่างให้ลงยั้ง
ลูกอ่อนน้อยสองส่อยวอยกำพร้าแม่,       แหมดีใจแท้ๆ........พ่อสิพาไปท่ง
ไวๆหล่าพ่อสิพาไปดง                             พ่อลงไปท่ง เห็นบักหว่าสีชมพู
น้องร้องให้อยากได้บักหว่า                     พ่อเลยบอกว่า สิพาไปเอา อยู่ในดง
บักต้องบักเค็ง เป็นโก่งโค่งโน้ง               บ่อึดในดง  เทิ้งบักแงวบักไฟ
เดินมาไกลป่าไม้ทึบหนา                         ตะวันไกล้ลับฟ้า  พ่อบอกว่านั่งถ่าก่อน
พ่อขุดสร่างให้กินน้ำเด้อน้อยอ่อน            ค่ำแล้วออนซอน สองบังอรก็อ่อนล้า
ขุดอยู่นาน พอประมาณกะว่า                  มาแม้ลูกหล่า   ให้พาน้องมาลงยั้ง
ฝ่ายผู้เอื้อย พอได้ฟังพ่อสั่ง                      โดดลงไปยั้ง  มันถ่วมหัวแล้วละพ่อ
ส่วนพ่อหม้าย  โยนลูกชายลงต่อ             จับบักจก  ได้น้อ   กะก่นดินลงใส่
ตกกระใจ เสียงน้องชายร้องจ้า                เอื้อยเลยฮ้องว่า พ่อจ๋า อย่าก่นลง
เข้าตาน้อง  ทั้งถมแข้งถมขา                     ก้อนดินถืกหน้า น้องหล่ากะล้มลง
ดึงได้แขน กะญังแข้ง ญังขา                    เอื้อยเลยฮู้ว่า  พ่อสิฆ่าให้ตายโจ่ม
“.ลำ”.........ซาวมือดึงแขนน้อง... เอื้อยกะ.น้ำตานองน่อไหลหลั่ง.....มือหนึ่งซาวใส่ฝั่ง    ผลัก กะตีงบ่ได้  ดินถมไว้ ว่าพ่อน้อ   สองมือนบจ้อก้อ.......วิงวอนพ่ออย่าถมลง........   ดินเป็นผงมันเข้าตา   ถมขึ้นมา ฮอดคอน้อง......เสียงน้องซายเฮฮ้อง......เอื้อยกะน้ำตานอง  วิงวอนเว้าผู้เป็นพ่อ ......พ่อนางเอ๊ย....เคยฮักลูกกะด้อ  เป็นหญังน้อพ่อสั่งทำ.........ฝนตกฮำ พ่อเคยหาใบตองกั้ง........ยามหลังคาเถียงนาพัง ยามฝนย้อยพ่อออยว่า........หยับมาแม้ ลูกหล่า ฝนสิย้อยใส่หัว  ยามลมแฮงเสียงฟ้าฮ้อง......พ่อยังได้เอาผ้าผืนหนาๆมาให้ห่ม.....หนาวหัวลม  มาจ้าวๆ   พ่อออยเข้านั่นบ่อนนอน  ยามลูกเจ็บไข้ฮ้อน...พ่อแล่น ฮ่อนน้อหายา  ฮักลูกปานดวงตา พ่อสังทำ น้อลงได้   มันหนักหลายดินถมร่าง.....เหมิดหนทางสิดิ้นต่อ..... แหงนขึ้นไปเบิ่งแต่พ่อ.... ก่นดินถมพังทับหน้า.....เสียงจาเว้า กะอ่อนลง กะอ่อนลง..............พ่อนางเอ๊ย...
 “ ร้องพร้อมกัน ”
   น้ำตาไหล กอดน้องไว้แนบ อก          พ่อขุดดินปก สิ้นชีวาในไพรพงษ์
พ่อแสนดีใจ   หากสิสมประสงค์          กลับมาจากดง  ตรงไปหาสาวทองดำ
อ้ายมาทวงคำ  แม่ทองดำให้วาจา       ลูกหญิงชายพี่กล้าฆ่า ตายแล้วหน่าคนงาม
ฝ่ายตัวเจ้า โอ้แม่สาวทองดำ                เหมือนฟ้ากระหน่ำ  ลงมาที่กลางทรวง
เจ้านี่หนา ละชั่งกล้าเรียกว่าคน           ใจทรามเหลือล้น   ฆ่าลูกตนได้ลงคอ
ข้อยเป็นไผ   เจ้าสิมางึดง้อ                  ยามสูน มาน้อ เจ้าสิฆ่าข้อยคือกัน 
ไปให้ไกล อย่าได้มารำพัน                   ใจทรามปานนั้น   ข้อยขอเฒ่าตายดีก่อ
ได้ฟังคำ พ่อหม้ายแค้นจ้อลอ              เวรกรรมเฮาน้อ คึดฮอดลูกขึ้นทันได          
โดดลงเฮือน วิ่งเข้าป่าพงษ์ไพร            ผีห่าตนได สิงใจพ่อ ให้ทำลง
วิ่งลัดป่า ตัวกายา เลือดย้อย                ถึงหลุมลูกน้อย ใจพ่อคอยสิขาด ลง
สองมือ ควดเอาดินที่ถมลง                   ชีวิตเจ้าปลง เพราะมือพ่อ หนอลูกยา
กอดศพลูก ทั้งสองแนบอุรา                  โอ้ลูกพ่อจ๋า ฟื้นขึ้นมา เถิดลูกเอย....
“ ลำ ”.......ตื่นขึ้นมาสาเด้อหล่า ให้มาจาเว้านำพ่อ .........เว้านำพ่อ....

คืนมากินหมากก่อ  คืนมากินหมากหว่า สิพาเจ้าน่อเทียวหา....ไปหาปลาอยู่นาน้อย........ไปงมหอยอยู่นาท่ง.......พาไปจับปูโข่ง จี่กินแลง  มือนี้ทั้งสองน้อยไห้ตื่นมา.......ปัดเอาดินออกจากหน้า......เห็นแต่คาบน้ำตา........จับนำแขนบายนำขา กายาเจ้ายังอุ่น..ๆ...ยังอุ่น..ๆ...   หัวใจพ่อมันว้าวุ่น....เลยเป็นบ้า ได้แล่นวุ่น.....ได้แล่นวน...น้อเวรน้อ.


มีนิทาน  กาลเก่า  มาเล่าใหม่
เพื่อสอนใจ  ให้สติ  มิลืมหลง
อันโลภรัก  หลากล้วน  ชวนดำรง
ให้ลุ่มหลง  เกิดเรื่องราว  จนร้าวใจ

          มีครอบครัว  พ่อแม่ลูก  ผูกสมัคร
อาชีพหลัก  ทำนา  และทำไร่
ลูกคนโต  เป็นหญิง  สิ่งภูมิใจ
ดูแลได้  น้องชายตน  คนสำคัญ

          เมื่อน้องชาย  อายุได้  ห้าขวบต้น
ชีวิตแม่  ก็ร่วงหล่น  ไปเสียนั่น
เหลือพ่อลูก  สามคน  บนทางตัน
ต้องฝ่าฝัน  ทำกิน  บนถิ่นไพร

          อยู่ไม่นาน  พ่อหม้าย  ได้เหว่หว้า
อยากมีเมีย ช่วยทำนา  หาปลาให้
ได้พบพาน  สาวทองดำ  จำฝังใจ
คิดอยากได้  ร่วมห้อง  ครองชีวี

          จึงลองจีบ  สาวทองดำ  ในค่ำหนึ่ง
เธอบอกซึ่ง  อยากได้ฉัน  นั้นฟังนี่
หากเธอกล้า  ฆ่าลูกตาย  หมายชีวี
ฉันจะยอม  เป็นศรี  ภรรยา

          หากไม่กล้า  อย่ามาพร่ำ  คำว่ารัก
จะไปไหน  ก็จัก  อย่าเห็นหน้า
ฝ่ายพ่อหม้าย  ฝังจำ  คำเธอมา
พรุ่งนี้หนา  จะหาทาง  ฝังลูกตาย

          พอรุ่งเช้า  ชวนลูกน้อย  ค่อยเดินป่า
บอกจะพา  ไปเดินดง  ส่งความหมาย
ผลไม้  ในป่านี้  มีมากหมาย
ลูกหญิงชาย  ต่างดีใจ  ได้เดินดง

          เดินไปถึง  ป่าลึก  นึกอยากน้ำ
บอกลูกน้อย  เดี่ยวจะค่ำ  เจ้าจะหลง
พ่อจะขุด  บ่อน้ำ  บอกตามตรง
ให้เจ้าลง  หยั่งนึก  ลึกเท่าใด
          แล้วก็ขุด   ดินลง  ตรงที่ชี้

ลึกได้ที่  เก้าวาเป็น  เห็นจะได้
สั่งลูกสาว  คนโตนั้น  ในทันใด
ให้ลงไป  หยั่งหลุม  สุ่มกี่วา

          ฝ่ายลูกสาว  เห็นพ่อสั่ง  ลงหยั่งหลุม
ก็โดดดุ่ม  ลงไป  ไม่กังขา
ถึงหลุมน้อย  ตะโกนออก  บอกบิดา
ว่าท่วมหัว  แล้วหนา  บิดาเอย

          ฝ่ายพ่อหม้าย  จับลูกชาย  ใส่หลงบ่อ
แล้วขุดดิน  ถมต่อ  โอ้พ่อเอ๋ย
เสียงพี่สาว  ร้องบอกพ่อ  อย่าถมเลย
พลางเอื้อนเอ่ย  ร้องขอ  ต่อบิดา

          น้องชายกลัว  ร้องไห้  ไม่ยอมหยุด
พ่อก็ขุด  ดินถมกลับ  ทับถูกหน้า
เสียงร้องไห้  ระงมดัง  ทั้งพนา
ดั่งฝืนป่า  สะเทือนใจ  ในเหตุการณ์

          ดินถมถึง  คอแล้ว  พ่อแก้วจ๋า
โปรดเถิดหนา  อย่าถมลง  ให้สงสาร
พ่อกลับขุด  ดินต่อ  ไม่รอนาน
เสียงวอนวาน  จากลูกน้อย  ก็ค่อยลง

          เมื่อฆ่าลูก  ได้ดัง  ที่ตั้งไว้
เดินลัดดง  พงไพร  ไม่ลืมหลง
ถึงบ้านสาว  ทองดำ  พอค่ำลง
ก็รีบตรง  ทวงสัญญา  วาจานาง

          พี่มาทวง  สัญญา  ที่ว่าไว้
ลูกหญิงชาย    พี่ฆ่าได้  ไม่ขัดขวาง
มาเถิดมา  ครองครู่  อยู่ร่วมทาง
มาร่วมสร้าง  ทางรัก  ประจักษ์ใจ

          ฝ่ายทองดำ  ฟังคำ  ที่เขาว่า
ดั่งถูกฟ้า  ฟาดหล่น  จนมอดไหม้
เจ้าเรียกตน  ว่าคน  ได้เช่นไร
ลูกในไส้  ใยกล้าฆ่า  หาสมควร

          ฉันเป็นใคร  หาใช่  ในสายเลือด
หากเธอเดือด  ฉันคงตาย  หมายถูกถ้วน
ไปเถิดไป  อย่าพานพบ  มารบกวน
เธอไม่ควร  เป็นคน  บนแผ่นดิน

          ได้ฟังคำ  สาวทองดำ  กรรมเราหนอ
หัวอกพ่อ  คิดถึงลูก  ถูกถมสิ้น
โดดลงเรือน  วิ่งเข้าป่า  หาหลุมดิน
ที่ลูกเรา  ดับดิ้น  ในป่าดง

          โอ้ผีห่า  ตนใด  สิงใจพ่อ
จึงได้ก่อ  เหตุทราม  ในยามหลง
ถึงหลุมฝัง  ลูกน้อย  ค่อยบรรจง
เอามือลง  ขุดดินขึ้น  ฝืนชะตา

          มือเป็นเลือด  เพราะเศษดิน  และหินปัก
ด้วยแรงรัก  ไม่ยอมถอย  คอยเสาะหา
จนพบร่าง  สองลูกน้อย  ค่อยดึงมา
แนบอุรา  ร่ำให้  ได้รำพัน

          ฟื้นขึ้นมา  เถิดลูกรัก  อย่าจากพ่อ
กรรมใดหนอ  พรากสองน้อย  ให้จากนั่น
คืนมากิน  ผลไม้  หลายร้อยอัน
ที่เจ้านั้น  อยากกิน  อย่าสิ้นไป

          แล้วเอามือ  ปัดดิน  ออกจากหน้า
เห็นแต่รอย  คราบน้ำตา  มาร่ำให้
จับดูร่าง  ยังอุ่นอุ่น  วุ่นหัวใจ
จึงเป็นบ้า  วิ่งวนไป  ในพนา

          จบนิทาน  อันรันทด  และหดหู่
เมื่อฝ่ายผู้  เป็นพ่อ  ก่อกรรมกล้า
ฆ่าลูกน้อย  เพียงเพราะหลง  ลงกามา
เสียงประณาม  ว่าต่ำช้า  ตราแผ่นดิน

          อันรักโลภ  โกรธหลง  หากลงแล้ว
ยึดดวงแก้ว  แห่งพระธรรม  มานำสิ้น
ก่อนจะทำ  คิดให้ถ้วน  ทวนในจินต์
แล้วจะสิ้น  กิเลสนำ  เพราะธรรมครอง