พระเวสโศก ร่ำไฮ้ ตอนนางมัทรีสลบ แหล่อีสาน


พระเวสโศก ร่ำไฮ้
 คำกล่าวแหล่..
  
                                    เมื่อนั้น         พระเวสเจ้าเห็นนางมัทรี...........วิสัญญีสลบตาย  กะต่อตาตรงหน้า.........        หมดปัญญาหนอเหงาง่วง......ปานดวงใจซิหลุดขาดคาดขันธ์ ซิแตกหม้างว่างถิ่มซิพลองกันอีพ่อโอ้ย......     คาดลาดจับเนียงคั่น กะจ่มขึ้นวางตัก..... อัสสุชลหนอคักกะอาบรินน้ำเบ้า.......   มาซางเป็นแท้หนอเจ้า  คั่นเมียแพงหนอของพี่......     อีหล่าเอ๋ยอยู่นำกันดีๆๆ  ตายจากชายหนอจังซิ บ่มีหมองป่องซิไข....  ตายกะตายอยู่ป่าไม้ดงใหญ่บ่เห็นหนนางเอ๋ย     ลูกสองคนกะหนีไกลเฮ็ดจังได๋ฮือหล่า...   ภาวนาที่พี่สร้างต้องอัปปางโอ๋ย....คันโดยแน่น       โลกนี้ทุกข์มุมแจ้หาผู้คือจักเจ้า กะตายแล้วเกิดมา....แสนพันปีเด้อแม่ป้า  จึงพลานพบประสบเห็น ยังบ่มีเหลือเด้น ซิท้อนงย์ค้านไท  พาเดินไพร มานอนสือเฟื่อดอนโอ้ย.... อันต้อยต่ำเจ้าบ่บนนั้นพ่คำ   นำติดตามอ้อนต้อนคำฮ้อนกะบ่เคย   ปากจ่มว่าน้องเอ๋ย  ให้เจ้าตื่นลืมตา  ลูกสองเราพี่ทานไปกะเพื่อผลดอกภายสร้อย     มาจนใจแท้เด้อข้อย ยามเมียตายโอ๋ยศีลซิละ ฮ้อนสิได้เป็นนายโบราณว่าปวดท้องขี้  กะคือพี่นี้ล่ะน่า   โอ้ยซางบ่สมเจตตั้งกะหวังพึ่งโพธิ์ยาน  ข้ามสงสารเรือแพ แม่มัทรี คันถือท้ายเอ๋ย.................   
         
                    เลยมาตายสาสำ   กรรมยังเด่กะโยมพ่อ  โลกมนุษย์เฮาหนอ คือมาเป็นจั๋งซิอยากมีว่านด่อกเป่าคืน.......    พระเวสไห้สะอืนมายืนฮ่ำคะนิ่งคิดตายจริงสนินละหนอคำจั๋งแม่นกรรมดอกเวรอ้าย.....    ยามเมียตายซิเป็นบ้า    อยู่เดียวดายหนอขาดหมู่.....ไผซิหามาสู่ ผลผล่าหมากไม้  เวลาได้เจ้าออ่นแฮ้ง......  ยากย่อนพี่กลั่นแกล้งบ่ชี้แจ้งยามหิว     หยานตะคิวลงจับคันว่าทานบุตรแล้ว     ผลที่สุดนางแก้วกะเป็นไปโอ้ย......หนอคือว่า     ตายบ่มีวงษ์สาญาติกาพวกพร่องให้คืนน้องเจ้าพี่ไว......   เอามือคล่ำแล้วลูบไล้ใจระทึกคะนิ่งคิด  ตายสนิดล่ะหนอคำจังกรรมดอกเวรอ้าย 
                          คันเมียตายบุตรน้อย หยังอยู่นำกะคัยสรวง  เมียที่รักของผัว ยั่งสองคนหนอท่อนี้ซิดูหน้าดอกผู้ใด๋ .....    เมิ่ดผิดฮ้องพระเวสไห้  อาลัยจ่มระงมฝาง   เดินวนเวียนศาลาแล้วนั่งลง พวงเกิ้อ  คักละเด้อคันกูเอ๋ย   บ่มีเลยโลกซิอยู่  โลกซิอยู่     ตะเวรออกกะแม้นภูเขาวงกตหนอ คตโค้ง จั๋งทางบ้านหนออยุ่ไส๋    เหลีวไปทางทิศใต้  กะเป็นป่าหนาหรก ตะเวรตกล่ะมีโพน ล่ะรกโดนพรงเหี้ย  เจอทิศเหนือมียางต้นปนกันโอ่ย จนมั่วหมื่น ผิดเป็นพืชบ่แจ้ง 

                       ลมแล้งเจ้าพัดหวี่  เหลียวเห็นนกกางกีเคี่ยงคู่เขาคู้   ดูมันมีความสุข ทุกข์ภัยบ่มากวน  มองดูตัวเองแล้ว  บ่มีแนวซิเท่าทอทุกข์ในโลก ออด อ้อ อออกมาโทนฮ้อนอยู่นี้   กูนี้มาหน่ายซีท.....  เอ๋ยว่าเจ้าตายกะซางว่า ยังดิ้นจึงหันปิ่นไปเบิ่งนาง   สองแขนกลางขวาจับ  คัดกอดเอามาอุ้ม   มือขวากุมหนอหัวไว้   คล่ำไปไสกะคืออุ่น.....    ด้วยเดชะผลบุญ  ขอคัยนำคัยส่งให้ มัทรีไทได้ตาวคืน......   


              เอ๋ยพ่แต่เว้าท้อนั้น พระกะบายเอาน้ำตนโท โอมพ่น ปลุกลุกขี้นสามครั้งกะเล่าคืน.....  มัทรีคืนมาแล้ว สติดีคื่อเก่าโยมเอ๋ย  พระเวสเจ้าซิทำขวัญดอกม่วนหมู่ ซิสู่ขวัญเอ๋ย....นางมัทรีกะหายโศกเศร้า กะเจ้าหมู่กะโยม    มีหยั่ง แน่นของใช่ ของหมากเบ่งทั้งคู่  ผู้ซิเย็บซิใส่ให้ซิหาแท้ ตั้งแต่ไส่  หรือซิ จ้างพระเวสเย็บให้คู่หนึ่งพ่อแม่เอ๋ย   เพียงครอบหัวคาคิ้ง  แม้ผู้ใด๋ซิศีให้  กับใบเงินใบทองนั้น  ไผสิหามาสู่   คิดเบิ่งดูพวกเจ้า   คายเฒ่าอีพ่อพราม   
                 
                             กับทั้งข้าวและน้ำเลี้ยงแขกที่มาโหม   กะกี่ร้อยจั๋งซิสม คั๋วหุ่งต้ม  สมควรบ่ซิเพียงทำเล็กน้อย   ไผซิเฮ็ดลาบก้อย ย่ำเลี้ยงเจ้าหมู่คน....  เอ๋อว่าจั๋งได๋พวกพ่อตาแม่โซ่ผู้นั่งอยู่แถวหลัง.....      ไผยินดีนำฉัน ซิสู่ขัวญมัทรีหล้า ออกคนสิบทานคนห้า   ทานไวๆอย่าได้อยู่ ของบ่ครบคู่มันกะสู่บ่ได๋  อยากอายบ้านเจ้าหมู่คน.......
  
            “  ณบัดนี้ ทุกตนมาในงาน  บริการเรียบร้อยเสร็จแล้วซิสู่ขัวญ     พ่เมื่อจบทบทวน  พรามกระเลาประนบมือ   ถือตำรามาดู  ตั้งนะโม สามจบกะครบ ปรีดาถ้วน   พอสมควรแล้วกะได้  มหาชัยสิทธิเดช เสกสามจบโลกต้าน  พรามเฒ่าวิสู่ขัวญ    ล่ะว่าศรีๆมื้อนี้เป็นมื้อสันวันดี   วันดิถีอมุตัสโส  โตกอันนี้ แม้โตกไม้จัน  ขันอันนี้แม้ขันไม้แก้ว  
               
                    บุณตกแต่งแล้ว  พ่อพรามกระย้อมาย้อมา .....  พรามเดาดาลทุกอย่าง ซิ่นผ้าซางไหมมา มีทั้งหมากขันหมากแก้ว คุณนางตกแต่งแล้ว  สัพพัญญมีทุกสิ่งช้างม้ามิ่งวัวควาย  ผ้าเศษขัวญและเส้นได ทำเป็นหวายผูกมัทรี  ฝ้ายเส้นที่ได้มาจากอากาศ พระอินทาธีราเจ้าประทานมา  มาสู่ขวัญน้องนวยนาดเดียระดาดด้วยเงินทอง ทั้งข้าวของหลายหลาก บ่อึดบ่อยากมีมา มีปูปลาปิ้งกี่  
                  
                      ทุกถ้วนที่อนันตัง ทั้งทหารฝูงอำมาต นักปราช์และเมถี  สิ่งได่ดีได้จัดแจ่ง ได้ตกแต่งทุกๆอัน มีหลายแนวและคุณค่า    ซิเอ่ยขวัญนางนาท หล้า  มาเจ้าให้ตาวมา   ล่ะว่ามาเด้อขวัญเอ๋ย....  มาเด้อคันขวัยเอ๋ย     ขวัญแพรและขวัญเสื้อ หมดเหลาเครือฮอดซิ่นนุ่ง  ขวัญที่นอนหมอนมุง มาผ่อนพ่อนชื่น   ขวัญนางเดินนางย้าย  ขวัญกายหมดทุกฝ่าย  ขวัญนางย้ายหย้างควัมเขากว้างให้ล่วงมา  ขวัญตาและขวัญเฒ่าหมดเหลาคิ้งฮอดป่องแข้ง ขวัญดูกแข้งไล่ล้อม ระดมตอมละพ้องหลัง....   ขวัญดังและขวัญหน้า ขวัญตาและขวัญปาก คันเจ้าพลากจากขวัญแก้วให้ล่วงมา    ขวัญเจ้าชลธาไห่ นำหาเจ้าลูกออ่น  ขวัญเจ้าล้มฟาดก้อน กะหินลานแผ่นพลาน....  

                           ขวัญเจ้าลงไปเล่นไพรสาแก้มหมู่ค่าง ขวัญเจ้าย้านหมู่ช้าง กะหลงถิ่มกระตร้างมัน  ขวัยเจ้าเดินผันพายไปมาหนออิดอ่อน  ขวัญเจ้านอนอยู่ค้างดงด่าวให้ตราวมา    ล่ะว่ามาเด้อขัวญเอ่ย......มาเด้อขวัญเอ่ย ขวัญเจ้าไปหลงโค้ง ฟังนกกระโดกฮ้องหลงจ้องอยู่ป่าไพร   ขวัญเจ้าหลงป่าไม้หาลูกบุตรตา ขอมาเนาคิ้งแม่มัทรีวันนี้  ขวัญเจ้าหนีไกลข้าง กลางไพรในป่า   คืนมาสา นาทหล้าให้มาเข้าดอกสู่คิ้ง.......   
                    
                         ขวัญเจ้าหลงกลวกกลิ้ง ในหมู่ฝูงหมี  ฝูงชะนีเสือสางคางลิงผีเสื้อ  อย่าได้เหลือล้อค้าง กลางไพรคืนคลอก ผิดซอกกะให้รู้อย่าดู่ดันนั้นฝ่าฝืน.....
                     ขวัญเจ้าไปยืนไห้ไปว้อนๆๆอยู่กลางป่า  คืนมาสานาทหล้าให้คืนเข้าสู่กาย.....  มาฮอดห้วยเจ้ากลายขวา มานางเอ๋ย  มาฮอดนาให้เจ้ากลาย ขวาข้าม  คลองพ่ดีพ่งาม เจ้าอย่าได๋พ้อพลาน สุขเทอดน้องมัทรีหล้า
              จงเจริญ........   อันนี้กะเมิ่ดเสียเสียน  กัณฑ์มัทรีไปตลอด โยมละโยม  ถอดคาถา มี  เก้าสิบ  ถ้วนๆ   ซิย้อม้วน  ว่าอวยลง