พระเวสโศก ร่ำไฮ้ ตอนนางมัทรีสลบ แหล่อีสาน


พระเวสโศก ร่ำไฮ้
 คำกล่าวแหล่..
  
                                    เมื่อนั้น         พระเวสเจ้าเห็นนางมัทรี...........วิสัญญีสลบตาย  กะต่อตาตรงหน้า.........        หมดปัญญาหนอเหงาง่วง......ปานดวงใจซิหลุดขาดคาดขันธ์ ซิแตกหม้างว่างถิ่มซิพลองกันอีพ่อโอ้ย......     คาดลาดจับเนียงคั่น กะจ่มขึ้นวางตัก..... อัสสุชลหนอคักกะอาบรินน้ำเบ้า.......   มาซางเป็นแท้หนอเจ้า  คั่นเมียแพงหนอของพี่......     อีหล่าเอ๋ยอยู่นำกันดีๆๆ  ตายจากชายหนอจังซิ บ่มีหมองป่องซิไข....  ตายกะตายอยู่ป่าไม้ดงใหญ่บ่เห็นหนนางเอ๋ย     ลูกสองคนกะหนีไกลเฮ็ดจังได๋ฮือหล่า...   ภาวนาที่พี่สร้างต้องอัปปางโอ๋ย....คันโดยแน่น       โลกนี้ทุกข์มุมแจ้หาผู้คือจักเจ้า กะตายแล้วเกิดมา....แสนพันปีเด้อแม่ป้า  จึงพลานพบประสบเห็น ยังบ่มีเหลือเด้น ซิท้อนงย์ค้านไท  พาเดินไพร มานอนสือเฟื่อดอนโอ้ย.... อันต้อยต่ำเจ้าบ่บนนั้นพ่คำ   นำติดตามอ้อนต้อนคำฮ้อนกะบ่เคย   ปากจ่มว่าน้องเอ๋ย  ให้เจ้าตื่นลืมตา  ลูกสองเราพี่ทานไปกะเพื่อผลดอกภายสร้อย     มาจนใจแท้เด้อข้อย ยามเมียตายโอ๋ยศีลซิละ ฮ้อนสิได้เป็นนายโบราณว่าปวดท้องขี้  กะคือพี่นี้ล่ะน่า   โอ้ยซางบ่สมเจตตั้งกะหวังพึ่งโพธิ์ยาน  ข้ามสงสารเรือแพ แม่มัทรี คันถือท้ายเอ๋ย.................   
         
                    เลยมาตายสาสำ   กรรมยังเด่กะโยมพ่อ  โลกมนุษย์เฮาหนอ คือมาเป็นจั๋งซิอยากมีว่านด่อกเป่าคืน.......    พระเวสไห้สะอืนมายืนฮ่ำคะนิ่งคิดตายจริงสนินละหนอคำจั๋งแม่นกรรมดอกเวรอ้าย.....    ยามเมียตายซิเป็นบ้า    อยู่เดียวดายหนอขาดหมู่.....ไผซิหามาสู่ ผลผล่าหมากไม้  เวลาได้เจ้าออ่นแฮ้ง......  ยากย่อนพี่กลั่นแกล้งบ่ชี้แจ้งยามหิว     หยานตะคิวลงจับคันว่าทานบุตรแล้ว     ผลที่สุดนางแก้วกะเป็นไปโอ้ย......หนอคือว่า     ตายบ่มีวงษ์สาญาติกาพวกพร่องให้คืนน้องเจ้าพี่ไว......   เอามือคล่ำแล้วลูบไล้ใจระทึกคะนิ่งคิด  ตายสนิดล่ะหนอคำจังกรรมดอกเวรอ้าย 
                          คันเมียตายบุตรน้อย หยังอยู่นำกะคัยสรวง  เมียที่รักของผัว ยั่งสองคนหนอท่อนี้ซิดูหน้าดอกผู้ใด๋ .....    เมิ่ดผิดฮ้องพระเวสไห้  อาลัยจ่มระงมฝาง   เดินวนเวียนศาลาแล้วนั่งลง พวงเกิ้อ  คักละเด้อคันกูเอ๋ย   บ่มีเลยโลกซิอยู่  โลกซิอยู่     ตะเวรออกกะแม้นภูเขาวงกตหนอ คตโค้ง จั๋งทางบ้านหนออยุ่ไส๋    เหลีวไปทางทิศใต้  กะเป็นป่าหนาหรก ตะเวรตกล่ะมีโพน ล่ะรกโดนพรงเหี้ย  เจอทิศเหนือมียางต้นปนกันโอ่ย จนมั่วหมื่น ผิดเป็นพืชบ่แจ้ง 

                       ลมแล้งเจ้าพัดหวี่  เหลียวเห็นนกกางกีเคี่ยงคู่เขาคู้   ดูมันมีความสุข ทุกข์ภัยบ่มากวน  มองดูตัวเองแล้ว  บ่มีแนวซิเท่าทอทุกข์ในโลก ออด อ้อ อออกมาโทนฮ้อนอยู่นี้   กูนี้มาหน่ายซีท.....  เอ๋ยว่าเจ้าตายกะซางว่า ยังดิ้นจึงหันปิ่นไปเบิ่งนาง   สองแขนกลางขวาจับ  คัดกอดเอามาอุ้ม   มือขวากุมหนอหัวไว้   คล่ำไปไสกะคืออุ่น.....    ด้วยเดชะผลบุญ  ขอคัยนำคัยส่งให้ มัทรีไทได้ตาวคืน......   


              เอ๋ยพ่แต่เว้าท้อนั้น พระกะบายเอาน้ำตนโท โอมพ่น ปลุกลุกขี้นสามครั้งกะเล่าคืน.....  มัทรีคืนมาแล้ว สติดีคื่อเก่าโยมเอ๋ย  พระเวสเจ้าซิทำขวัญดอกม่วนหมู่ ซิสู่ขวัญเอ๋ย....นางมัทรีกะหายโศกเศร้า กะเจ้าหมู่กะโยม    มีหยั่ง แน่นของใช่ ของหมากเบ่งทั้งคู่  ผู้ซิเย็บซิใส่ให้ซิหาแท้ ตั้งแต่ไส่  หรือซิ จ้างพระเวสเย็บให้คู่หนึ่งพ่อแม่เอ๋ย   เพียงครอบหัวคาคิ้ง  แม้ผู้ใด๋ซิศีให้  กับใบเงินใบทองนั้น  ไผสิหามาสู่   คิดเบิ่งดูพวกเจ้า   คายเฒ่าอีพ่อพราม   
                 
                             กับทั้งข้าวและน้ำเลี้ยงแขกที่มาโหม   กะกี่ร้อยจั๋งซิสม คั๋วหุ่งต้ม  สมควรบ่ซิเพียงทำเล็กน้อย   ไผซิเฮ็ดลาบก้อย ย่ำเลี้ยงเจ้าหมู่คน....  เอ๋อว่าจั๋งได๋พวกพ่อตาแม่โซ่ผู้นั่งอยู่แถวหลัง.....      ไผยินดีนำฉัน ซิสู่ขัวญมัทรีหล้า ออกคนสิบทานคนห้า   ทานไวๆอย่าได้อยู่ ของบ่ครบคู่มันกะสู่บ่ได๋  อยากอายบ้านเจ้าหมู่คน.......
  
            “  ณบัดนี้ ทุกตนมาในงาน  บริการเรียบร้อยเสร็จแล้วซิสู่ขัวญ     พ่เมื่อจบทบทวน  พรามกระเลาประนบมือ   ถือตำรามาดู  ตั้งนะโม สามจบกะครบ ปรีดาถ้วน   พอสมควรแล้วกะได้  มหาชัยสิทธิเดช เสกสามจบโลกต้าน  พรามเฒ่าวิสู่ขัวญ    ล่ะว่าศรีๆมื้อนี้เป็นมื้อสันวันดี   วันดิถีอมุตัสโส  โตกอันนี้ แม้โตกไม้จัน  ขันอันนี้แม้ขันไม้แก้ว  
               
                    บุณตกแต่งแล้ว  พ่อพรามกระย้อมาย้อมา .....  พรามเดาดาลทุกอย่าง ซิ่นผ้าซางไหมมา มีทั้งหมากขันหมากแก้ว คุณนางตกแต่งแล้ว  สัพพัญญมีทุกสิ่งช้างม้ามิ่งวัวควาย  ผ้าเศษขัวญและเส้นได ทำเป็นหวายผูกมัทรี  ฝ้ายเส้นที่ได้มาจากอากาศ พระอินทาธีราเจ้าประทานมา  มาสู่ขวัญน้องนวยนาดเดียระดาดด้วยเงินทอง ทั้งข้าวของหลายหลาก บ่อึดบ่อยากมีมา มีปูปลาปิ้งกี่  
                  
                      ทุกถ้วนที่อนันตัง ทั้งทหารฝูงอำมาต นักปราช์และเมถี  สิ่งได่ดีได้จัดแจ่ง ได้ตกแต่งทุกๆอัน มีหลายแนวและคุณค่า    ซิเอ่ยขวัญนางนาท หล้า  มาเจ้าให้ตาวมา   ล่ะว่ามาเด้อขวัญเอ๋ย....  มาเด้อคันขวัยเอ๋ย     ขวัญแพรและขวัญเสื้อ หมดเหลาเครือฮอดซิ่นนุ่ง  ขวัญที่นอนหมอนมุง มาผ่อนพ่อนชื่น   ขวัญนางเดินนางย้าย  ขวัญกายหมดทุกฝ่าย  ขวัญนางย้ายหย้างควัมเขากว้างให้ล่วงมา  ขวัญตาและขวัญเฒ่าหมดเหลาคิ้งฮอดป่องแข้ง ขวัญดูกแข้งไล่ล้อม ระดมตอมละพ้องหลัง....   ขวัญดังและขวัญหน้า ขวัญตาและขวัญปาก คันเจ้าพลากจากขวัญแก้วให้ล่วงมา    ขวัญเจ้าชลธาไห่ นำหาเจ้าลูกออ่น  ขวัญเจ้าล้มฟาดก้อน กะหินลานแผ่นพลาน....  

                           ขวัญเจ้าลงไปเล่นไพรสาแก้มหมู่ค่าง ขวัญเจ้าย้านหมู่ช้าง กะหลงถิ่มกระตร้างมัน  ขวัยเจ้าเดินผันพายไปมาหนออิดอ่อน  ขวัญเจ้านอนอยู่ค้างดงด่าวให้ตราวมา    ล่ะว่ามาเด้อขัวญเอ่ย......มาเด้อขวัญเอ่ย ขวัญเจ้าไปหลงโค้ง ฟังนกกระโดกฮ้องหลงจ้องอยู่ป่าไพร   ขวัญเจ้าหลงป่าไม้หาลูกบุตรตา ขอมาเนาคิ้งแม่มัทรีวันนี้  ขวัญเจ้าหนีไกลข้าง กลางไพรในป่า   คืนมาสา นาทหล้าให้มาเข้าดอกสู่คิ้ง.......   
                    
                         ขวัญเจ้าหลงกลวกกลิ้ง ในหมู่ฝูงหมี  ฝูงชะนีเสือสางคางลิงผีเสื้อ  อย่าได้เหลือล้อค้าง กลางไพรคืนคลอก ผิดซอกกะให้รู้อย่าดู่ดันนั้นฝ่าฝืน.....
                     ขวัญเจ้าไปยืนไห้ไปว้อนๆๆอยู่กลางป่า  คืนมาสานาทหล้าให้คืนเข้าสู่กาย.....  มาฮอดห้วยเจ้ากลายขวา มานางเอ๋ย  มาฮอดนาให้เจ้ากลาย ขวาข้าม  คลองพ่ดีพ่งาม เจ้าอย่าได๋พ้อพลาน สุขเทอดน้องมัทรีหล้า
              จงเจริญ........   อันนี้กะเมิ่ดเสียเสียน  กัณฑ์มัทรีไปตลอด โยมละโยม  ถอดคาถา มี  เก้าสิบ  ถ้วนๆ   ซิย้อม้วน  ว่าอวยลง


เทศน์แหล่ บุญข้าวประดับดิน

เทศน์แหล่ บุญข้าวประดับดิน


คำกล่าวแหล่.....บุญข้าวประดับดิน

                    บัดนี้ อาตมาจะได้เทศน์เล่าฮีทคลองเก่าชาวอีสานมีมานานแต่ประถมองค์พุทโธเพิ่นสอนไว้   ฟูงชาวเฮ้าให้จำไว้เฮ็ดกันมาบ่ได้ขาด บ่ประมาณพลาดพั้ง  พระธรรมเจ้าศาสดา   เอาให้ใสสว่างจ่างคุณค่าของสังคม    มื้อนิยมมาเหลือหลายซิเทศน์สอนเป็นกลอนแหล่    ขอให้แว้มาทางพี ดีบ่ดีอย่าฟาวว่า  เอาธรรมะขององค์ศาสดา   มาฝากโยมพี่น้องใจเจ้าให้ซื่นบาน.... 


ม่วนบ่ม่วนทุกท่านให้ตองอ่านไปตามฉัน      ถือว่าฟังธรรมะภาคคดีให้เอาไว้    เอากันหนอพอกันแล้ว เว้านานไปโยมซิด่า    ให้ถึกใจศัทธาอาตมาซิเข้าเรื่องบุญข้าวประดับดิน  เรื่องนี้มีมาแต่เคล้าอดีตเก่าพุทธกาล   มีพระราชาชื่อว่าพิมสา เป็นผู้ปถัมภ์เจ้า  องค์พระราชาเหง้ามีจิตใจนั้นสูงส่ง เลยถวายวัดเวฬุวัน แก่องค์เอ่ย    พระตถาคตเจ้าเป็นเคล้าแรกประถม....    

             เมื่อหนึ่งได่กราบก้มไปฉันภัตตาหาร  ได้ถวายสังฆทานแก่พระสงฆ์องค์เจ้า   แต่พระราชาเฒ่าลืมหมายทานหยาดน้ำส่ง  ตกกลางคืนพระองค์ได้ยินเสียงปากฮ้องตาย่านสั่นสาย    ฮ้องทุกข์สาธุสุอยู่จายจ้าย พระองค์เงื่องหูฟัง  แต่กะหยังบ่ฮู้จักว่าเสียงหยังกันแน่  
     
              คิดไปไสเต็มที่แล้วบ่มีคำซิต้านต่อ  คิดไปมากะหากพ้อพระองค์เจ้าศัทธา  ผู้มีปัญญากล้าแหลมคมอันสมส่วน  รู้จักผลประมวลเฮาต้องไปหาท่านให้ไขข้อให้สู่ฟัง  พอได่ฮอดกัมประทับจุดหมายถามในเรื่องเป็นไป อีหยังกันแน่ องค์สัมมากะเลยแก้ไขความจริงให้กระจ่าง  บอกว่าญาติของพระองค์แต่ชาติหลัง  สมัยพระกัสสปพุทธเจ้ามาขอแบ่งส่วนกุศล      
                  
              คราวๆนั้นมวลหมู่ญาติพี่น้องผู้องค์ได้ยักหยอกเอาเงินวัดลักขโมยของสงฆ์ตั้งแต่ในสมัยนั้น     มื้อตายไปกะเลยเกิดในชั้นต่ำกลายเป็นเปตรมีทุกขโลกฮ้ายในตอนนั้นมากมาย    มื้อพระเจ้าพิมพิสานถวายทานแก่พระพุทธเจ้าแล้วบ่ได้ส่งส่วนกุศลหา 
                พวกเปตรก็เวรรบก่อกวน กระย่วนยั่ว  เลยเกิดความกลัวหย้าเปตรผีมารังครวน         บริเวรประทับอยู่ พากันมาเป็นหมู่ๆ พร้อมทุกร์สานุโส   ตลอดคืนจนหุ่งเช้า   พระองค์เจ้ากะเรากลัว      เมื่อพระพิมพานได้รู้เรื่อง ตลอดทั่วเลยจักแต่งของทาน     จึงทำการถวายทานอีกเทิ่อสองแก่ พระโคตมพุทธเจ้า    

                   พิมพานเหง้าให้ทานหยาดน้ำส่ง    ด้วยเดชะอานิสงส์   ในการทานครั้งนี้   ให้มวลญาติให้รับเอา  นิล่ะหนอพวกเจ้ายามจักแต่งจัดทานให้ทำการอุทิศส่วนกุศลนำบ้าง    เฮาบ่มีทางฮู่ญาติเฮาอยู่ไสแน่อาจรอกุสลแพร่แก่พวกเฮากะได่ ให้จำไว้เด้อหมู่โยม
                        มื้อนี้เฮามาเโฮมกันแล้วได้เข้าวัดรักษาศีล มาทำบุญคือข้าวประดับดินคืนถิ่นฐานอิสานเคล้า แรม 14 ค่ำ เดือน 9 มาเด้อเฮา    ฟาวเร่งด่วนของควาหวานแบ่งออกเป็น 4 ส่วนลองคำนวญแน่เด้อเจ้าฉันซิเล่าสู่ฟัง.....
            ส่วนที่หนึ่งให้เตรีียมตั้งทางครอบครัวของเฮาก่อน  ส่วนที่สองกะแน่นอน แบ่งออก ต่อนฝากญาติหมู่คะณา    ส่วนที่สามเด้อแม่ป้าพร่องญาติเสียชีวิต  เพิ่นให้เอาอุทิศญาติผู้รับล่วงซิทวงท่าซิรับบุญ.......        
          
        ส่วนที่สี่กะทางพู้น ทำบุญพระสงฆ์แน่    เพื่อเป็นการอุปถัมป์ บำรุงพุทธศาสนาไว้  ให้เฮาได้ชุ่มเย็น.....   เฮาอย่าได้ล่ะเว้นคลองฮีทประเพณี   ทำคุณงามความดีมั่นคงดำรงไว้......    ให้ตั้งใจให้มันได้ ทำบุญอย่าได้ขาด อย่าประมาณพลาดพลั้งฮีบทำสร้างอย่าซิไล......      เพราะว่าเฮาคาดการณ์บ่ได้ความตายซิมามื้อได้หนอ   ให้โยมแม่โยมพ่อฟูงญาติพี่น้องตรองถ่วนสู่ขบวน.....         จังว่าทุกข์ขั้นรวนมีแต่ใจงามคันตามทำคลองธรรมบุญคุณแก้ว   นับว่าดีดี ดีแล้วที่เห็นแดนแสนประเสริฐ   เกิดมาเห็นพบพ้อเห็นข้อรสพระธรรม 


แหล่อีสาน เชิญผะเหวด เข้าเมือง


แหล่อีสาน เชิญผะเหวด




แหล่อีสาน เชิญผะเหวด

 คำกล่าวแหล่........
                  
                      สญชัยโย……..บั้นพระยาบรมศรีสญชัย ตนแก่นเหง้าจอมเจืยงเจ้าจอมจักบุญชูเชยชักชอบ      หกท้าวกอลกับกันเป็นที่น่าอัศจรรญ์เสียงนี่นั่น    เกลื่อนก้องเสียงตื่นต้องกสากล.....      คนเทพาใจสั่น   สะท้าน   ปั่นทั้งปวง..... ทั้งเขาหลวงสิเนโนราช     
              ไหวหวั่นหวาดกวยสาร  ทังสัตตะบริภัณฑ์เจ็ดชั่นทุกขอบคือว่า
หลายทั้งสองเลิศแล้ว   กับทั้งแม่ออกแก้วสายสมร    กับทั้งพระเวสสันดร   ตนผ่านเหง้า   จอมเจื่องเจ้าสญชัย      ปัญญาไหวคิดได้หม่อๆกับทั้งนางน้องหน่อผุสดี......
ตนเป็นบรมมเหสีแก่นเหง้า  พระกษัตริย์เจ้า    ทั้งหกจึงลงมาประสุมชุมนุมสลบพร่ำพร้อม    โอนอ่อนน้อมเป็นอัน      นึ่งอันเดียวกัน  ยะทาในกาละยานใดตะทา
ในการละยามนั้น   บั้นอินทาธิราชตนเป็นองกาจจในตาวะติงสา  สัญญาธาราปะวัติชิตะวา   ก็ให้ยังห่า  ฝนโบกขะ.........ระพัดให้ขจัดตกลงมาในขงเขต    ประเทศที่ศาลาตะมะถังปะกาเสนโต    สัตาถาอาหะภิกขะเว  ดูราภิกษุทั้งหลาย

ยามเมื่อหายโศกเศร้าและโสกา...... สัพเพรัตฐาชายเมืองมวลทุกหมู่     สะพู่หมู่มวลมาทั้งเสนาและมนตรี    ทั้งเศรษฐีและทวยข้านายมาพร้อม.....ฝูงหมู่ธนูหาญ   ฝูง อาจารย์และนักปราชญ์อามาตพร้อม     ฝุงหมู่เนืองนอง นับว่าได้ 12....  อักโข  โอ  เพณี   เขามีใจยินดีบ่อ โศกเศร้า ไห้ฮำเฮาเต็มดงในไพรพงหิมะวาสเนื้อนกขาดใจตาย พฤกษาวายใบหล่น ดอกไม้.
หม่นหมองดวง.... ในไพรขวงทศมาสฮ้องไห้ขาด สยบสบกับติ่นจ้องไจ้เอาบาทไท้ทูลผม- ยิน อารมณ์ลำาบากคิดยากด้วยดอมท้าวบาบ่าวบ่อเมือเมือง.... ประ นมมือเนื องทั้งสิบนิ้ว ระหว่างคิ้วกราบไหว้สาธุการ

ข้าน้อยขอ-วอน*วาน..... ดอมสองกุมารแก่นไท้ฮ้องไห้ลูบอกอยู่ว่อนๆ เชิญ ภูธรแจ่มเจ้ากับทั้งนางหน่อเหง้ามิ่งมัทรี ตนเป็น วรมเหสี-เลิศแล้ว ขอจงให้เมื่อผ่านแผ้วแก่สีพี- ด้วย ศรีสวัสดีบ่อหล้า ไหว้พระเวสสันตาเจ้าด้วยบทบาทพระคาถาว่า
" ตะวันจะโน อสิโรราชาวรัชชัง กาเลถะโน อุโภ"

ดังนี้เป็นเค้า ตั้งแต่พระบาทเจ้าเจียระจากหนีเมืองมา อัฐถะเคืองใจไพร่ เหตุว่า พระนี้เมือบ่อได้สิเชิญเจ้า แผ่นทะรงค์--- ว่าเชิญเยอ >>>>>

           เชิญพระนี้เมือเป็นปิ่นคำปักเกศเกล้าเชิญ     *เชิญพระนเมือเป็นเจาเจืองจอมพลผาบสากลแหลงหล้าแกไพรฟาฝงหมเสนาเมองขอใหยศศักดเฮีอง
ผ่านแผ้ว เชิญพระนี้เมือสถิตผาสาทแก้วให้มันฮุ่งเฮืองท่อนเด้อ เชิญเยอ>>>>> เชิญพระนี้ เมือชมหกหมื่นพันนางหนุ่มเหน่า
เชิญพระนี้เมือเป็นเจ้าแก่สีพี-อุโภสองกษัตริย์ ตรีเอ่ย.....แก่นไท้บ่อ ควรพระสิละสิปะนครไว้ให้มันเศร้าเป่าศูนย์หมอง เชิญพระนี้คือเมือปุนปองครองเมืองเลี้ยงไพร่ฟ้า เชิญ ทั้งลูกสะใภ้หล่านางแก้วมิ่งมัทรี *เชิญเยอ 
      
          เชิญพระนี้คืนเมือหาผุสดีแม่ออกแก้วกับทั้ง สองผ่านแผ้วพระยาพ่อปิตตา เชิญพระนี้คืนเมือเลี้ยงลูกทาระกาลูกน้อยอ่อน *เชิญท่อนท้าวเมือ ตุ้มว่าไพร่พล-- *เชิญเยอ.........
             
           เดียวนี้อย่าสุนาน เชิญพระนี้คืนเมือห้องวิชัยยนบนปราสาท เชิญมหาราชเจ้าเดียวนี้อบ่าสุนาน ส่างสิปะสิละวิมานทองไว้ทั้งเมืองให้ฮ่างสูญเปล่าสาบ้อ ส่างสิละเผ่าเชื้อทาง บ้านให้หม่นหมอง     
      
            *เชิญพระนี้เมือปุ๋นป้องครองเมืองเลี้ยงไพร่ฟ้างามยิ่งหน้ากว่าสาวสวรรค์ตาม ประเพณีอาญาธรรม ดังเก่าเป็นท้าวเหล่าสองที- ฉักขัตติยะบัพพังนิธิตัง ๓๖  คาถาถ้วนๆ จบกะบวนบั้นแอ่วธูปเทียนทองดอกไม้แก้วถวายแล้ว--นะ-สิอ่วย*ลง โอ้ๆๆโอยย น่อออออ




สระภัญญะ พุทธประวัติ เพราะๆคัก

สรภัญญะ พระพุทธประวัติม่วนๆคัก  




คำกล่าวสาระภัญญ.............
                                    พี่น้องเอ๋ย สัตว์พันปีที่ล่วงล้นในสากลบ่หนพ่แสงสว่าง  พระพุทธองค์พู้เบิ่นสร้างตรัสรู้เหตุการณ์ แจ้งไปเมิ่นทุกด้านเพิ่นป่องของกรรมจึงได๋นำคำสอนโปรดสัตว์ขจัดฮ้อน ลองฟังตามขั้นสารภัญซิพ่ กล่าวประวัติขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าตำราได๋กล่าวนำพี่น้องเอ๋ย....

เชิญรับฟังสารภัญญจะได้กล่าว ตามเรื่องประวัติพุทธองค์  สิทธะพระนามเดิมพระองค์ เชื่อสากายะวงศ์ วรรณองค์กษัตรา เกิดอินเดียกรุงกระบิลพัส    เป็นลูกกษัตพระเจ้าสุโทธนะ  กับพระนางสิริมหามายา   ถึงเสด็จสถานเคหะสวนลุมพินีวัน   ประสูติวันศุกร์  15 ค่ำ   วันเพ็ญเดือน 6  ลงกระสีปีจอ    
พระมารดาหนอสิ้นพระชนจากไป    เพียงประสูติได้  7 ราตรี     
    
บรรดานางประชาบดีโคตมี  รักดวงชีวิเฝ้าห่วงใยอาทร    พอถึงตอนจะครบ  16 ชันษา   จงได้คุ่วิวาห์ยโสธราพิมพา  ทางครองคู่ได้ 29 ชันษา  จงได้บุตรผู้บุญาพระราหุ      ทรงวายวุ่นในหวงพระหทัย   เสด็จไปเห็นคนแก่เจ็บตาย  เสด็จออกบวชกับนายชันในราตรี   กัณทกะพาชี อโนมาฝั่งนธี   ล่ะกะนี้ทรงทรมาร  หลายอาการหาหนทางพ้นไป   6 ปีต่อมาพระองค์ทางตรัสรู้ได้   ที่ใต้ต้นโพธิ์ที่ริมฝั่งแม่รันธารา  ธรรมโปรดสัตว์ทั่วล้า   ทั้งปวงประชาทัั้งพงษ์สานุวงษ์  ทรงประกาศและเพยแพร่และดำรง    กิจของพระองค์ 45 พรรษา   ทรงประชนถึ่งวัยชรา   80 พระชันษาพระองค์ทรงปลงพระทัย   ละสังขารปรินิพพานไป   ใต้ต้นรังคู่ เมืองกุสินารา   แสนเศร้าโศกไปทั่วโลกา องค์พระศาสดา กล่าวอำลาพระอานน

       "    พระตถาคตเจ้าได้ตรัสแก่พระอานน  ถึงเวลาของเฮาซิอยู่ไปบ่มีได๋   สาวกเอ๋ยไฮ่สังวรเอาไว้ สังขานคนนั้้นบ่เทีี่ยง  วายะธรรมะสังฆะราอนิจา บ่เที่ยงมั่นคือร่างเสื่อมสลาย   มีเกิดขึ้นแล้้วกะได่ดับล่วงหายไป   อย่ามามั่วอาลัย  แม้ไพบ่หนีพ้น   บำเพ็ญตนแสวงสร้างทางรพระธรรมนั้นคือว่า   พุทธาศนาเฮาที่วางไว้  อานนท่านให้รับเอา   ให้รับเอาโอย.....เอ๋ย...."

         พระพุทธองค์ทรงปรินิพิพาน วันเพ็ญเดือน 6  ที่ใต้ต้นรังคู่  วันประชูติตรัสรู้และนิพพาน ชาวพุทธขนานนาม  วันวิสาขาบูชา   ผิดอะไรโปรดอภัยเถอะน่า  โอกาสหหนาได้พบกันใหม่  เชิญสดับฟังหลอนสุดท้าย    สาระภัญญะจะได้ร้อยเรียงอำลา..............




แหล่อีสาน โศกนางมัทรี ร่ำไห้



คำแหล่อีสาน
บัดนี้ มัทรีเจ็บปานแส้ อสุนิดตีฟาด คาดบ่ถึงได้นั่งอึ่งจังเวรแท้ว่าอียังเอ๋ย....
พระเวสฮ้ายอยู่ปังๆ ตรัสสั่งทางแข็ง  จึงแถลงรายงานมอบคาน แล้วจาเว้า   พี่เอายังมาเว้า  ซางเมาเมียว่าขี้ข้า อนุญาติว่าข้ามัทรี ต้านว่าน้อมคำ  นางหวังดีเลิศล้ำซางบ่ฮ่ำต่องคิด  จิตมัทรีทั้งวางใจบ่ฮักไพทั้งนั้น เอ๋ย..
ทุกๆวันยังอยู่ใด  นานปานใดยังเห็นลูก เมื่อนี้ลูกอยู่ได่กะเงียบจอย คอยเอิ่นจนเมื่อแฮง
กลับมาถามถูกกันแกล้งแปลงมาส บ่สมมุติหยุดฟังคำแถลงการณ์พี่พระองค์ว้อนไว้...
ให้รักษาบุตราไว้..แต่ไลไรบ่ฮู้เรื่อง..   เว้าแบบนี้พี่โกรธเคืองซั่งมัทรีแล้วบ่อจึงหาข้อด่าปลึ่ย.....  คิดเบิ่งดูพี่เอ๋ย..  แต่ไกลจากศรีพีมา  หาคนดีคืนนางย้างตามซิมีบ่....
บ่เคยมีหน่อขัดข้องแข็งงอในกระดู พี่กินลูกซั่นบ่จึงฮ้านกล้าซักยักษ์มาร....
เว้าจังใดกะบ่ต้าน เอ๋ยอ่าวจุดหมาย  แล้วเสียกินตายหรือเดินพลาย ต่าวคืนเมืองเฮาแล้....
ล่ะซิบ่เฮาบ่เห็นแล้วหล่าคำเดียวกะขาดท่า ก่อนมัทรีซิเข้าป่ายังได้กำซับไว้ดูให้ถ่วงถึง...  แล้วกลับมาถามแล้วบูดบึง แต่หาเรื่องมาถมทับ น้องขอยินยอมรับถ้านอกใจคือเว้า....  เอาละเด้อเด้อสายฟ้าฟาดลงมาเอ๋ย............ให้ตายฮ้า    โอ้ยผีอยู่ในดงป่าธรนีเทินถ้ำกรรมต่องแล่นทัน....คันนางดีอยู่นั้นนี้บันเที่ยงเด้อกลับหัว  อย่างให้มัวแนวใด่หุ่งเจริญคือแก้ว ลองเบิ่งดูหญิ่งกับชายใจไพแนวเทวดาให้เลี่ยวเบิ่ง
เว้าหมดคือจังอกซิแตกหม้างบ่เห็นทางว่า เงื่อนหลอย      แล้วแล่นลงหาล่ะลูกน้อย กลอยลูกผูกเอา ซ่างกาเหว่าเอิ่นขานนำกะหลง ซงซ่าว    จันพ่วงนภาฟ้าบุรพา สิบห้าค่ำ
โอ้ยหน่อยเมฆสีดำ ลมพัดตั้งมืดไว้ มัทรีไท นั้นออ่นแฮ้ง 
ล่ะหาบ่อนได๋กะเปล่าแร้งหลายแห้งหน่อโสสุด   ล่ะพล่อตำตอหน่อหัวสลุดเลือดไหลหนองแดงหลา........     
บ่หัวซางหน่อเจ็บซ่ำ  ปากว่าคำเอ๋ยคำ.....คำแพงลูกแก้วแม่......
 โอ้ย อดสาโตนจั๋งคำแน่น   แม่ซิตายจากเจ้าฮิมาเว้าให้แม่เห็น  ล่ะแต่มัทรีซิเหลือบเว้นเข้าป่าหน่อหาบุตร   ทุกร์ในกรุงเมืองมนุษ์กะลังมาโหรมทอน   เมื่อบ่วานมาหายหน้าบอกปากว่าคำเอ๋ย...กัญหาชาลีลูกแก้วแม่ ......โอ้ยเอิ้นปากว่าวเงียบสงัดมิดอี้งติ้ง สะวิงล่มทาวลง

ล่ะบ่จักโหนพงลงดอนหนา   ล่ะเที่ยวกลับไปกลับมาบ่อนเดียวทั้งหลายครั้ง...
เมิ่ดความหวังซิเดินดนจรวนรีบกลับตาว  โอ้ยซิขึ้นกราบเรื่องราวถามพระเวส อีกครั้งกะกลัวย้านแม่นสั่งสาย  แล่นลงไปเกือกกุ่ยประทุมชาติสาศรีกะบ่มีฮอยคนแต่อย่างได๋พอดิ......     จนว่าสาหน่อสีคุลทุนหัวเอ๋ย.........เจ้าซิอยู่ไสหน่อ  โอ้ยเจ้าซิฮู้แน่นบ่แม่นี้เกิดเดือดร้อนสออนโอ๋นั้นโป่งเสียง    ล่ะคันซินับนอนเบิ่งเบื้องตั้งแต่มัทรีหาเป็นเวลาหมดคืน  น้ำหมอกหวยฮ่ำย้อย  ล่ะแพร สไบจนสอย  ฮอยหนามขีดขวนประมวณดูบ่ได้  ล่ะเฮไห้อยู่บ่เซา     ล่ะถึงเวลาหุ่งเช้าวันใหม่กะยังหา  จนปัญญาหมดทางหวางซิหาหน่อเสียแล้ว   กลับมาทูลล่ะผัวแก้วหลายแนวแต่เว้าว่า คุณพี่ค่ะคุณพี่ค่าลูกเฮาแท้ไปที่ได๋       มัทรีเว้าอยู่ไจ๋ๆ พี่บ่ใส่หูฟังนั่งเบิ่งตึ่งๆตั่งบ่ปากนำพอน้อย....  ล่ะเลยสำออยวินล้มหมดลมซิเว้าจ่ม     อกอุราหน่อตรอมตรม วิสัญญี แน่นนิ่งบ่ติ่งได่........แต่อย่างไรนั้นล่ะหนา.......คุณโยมเอ๋ย................



เทศน์อีสาน ลูกสะใภ้ฆ่าแม่ย่า


เทศน์แหล่อีสาน เรื่องลูกสะใภ้ฆ่าแม่ย่า

คำกลอน
บัดนี้ นี้ติหน่อโอ้โอ่   ผู้ใด่ว่าลูกใภ้ใจต่ำอำมหิต เด้อหน่อ
สุภาสิตโครงคำกลอนได่กล่าวสอนควรจำบ้าง
โปรดอย่าเชื่อใจทางอย่าวางใจชนชั้น นั้นผลัดเปลี่ยนได้โดยง่าย
คือจั๋งฉันผู้เป็นย่า มาแพ้เหลี่ยมลูกสะใภ้ใกล้ พุ่งใสใกล้ป่วยพัง
ปานอุทร ซิแตกหมาง แน่นอั๋งทั้งอาเจียน พร้อมทั้งวินเวียนหัว   เสียดอุราลงหาท้อง
นอนบิดคี้งอยู้ในห้อง กลิ้งเกือบตายเอ๋ย…ตั้งหลายเหลา  
โอ้ย แกงปลายั่งจั่งมึนเหมาหนักกว่าเหล้าน้ำปั๋น ได๋นอนกั้นย้านบ่ไว้
พลิกข้างขวาแล้วกะพลิกข้างซ้าย  คร่ำมหงายแพร่แย่จริงหน่อ นอนบ่บรรเทา ย้านแม่นตายเมื้อน
ปวดแท้หน่อแซบพุ่งใสฮ้อนคือไฟไม้กรนเดือ โอ้ยไพ่สิมาซ่อยเหลือหายุกยามาซ่อยแก้บรรเทาแย่แม่ปวดหลาย
ย้านแต่ทนบ่ได๋ซิตายก่อนลูกชายกลับเด้อหน้อ  นับว่าถึงคราวซวย ย้อนเซื่อกลคนร้าย
ฮ้อนคิ้งกายปวดในท้อง ฮ้องควรครางคันคราหลัง
เวทนาทุกขังอนันตังมาล้นได๋ทนกั้นอยู่ผู้เดียว
แพงศรีเอ๋ยเจ้าซ่าง คิดโลบเหลี่ยวคือเกียวคีคมยาลูกคำเอ๋ย   ทำปาบหนักบ่เกรงกลัว 
มอบ อบายไฟฮ้อน ผิดคำสอนพระองค์เจ้า  สัพพรรญูเพิ้นชี้ปอ่ง ซ่างมาทำผิดคลองป้องร้ายย่าฆ่าด้วยเหล่ เสียใจเด้อ หม่อบ่ดัง  ลูกชายแม่ไปอยู่ยั่ง ถางป่าอยู่หัวนา  จนเวลาสายสัญมืดมัวทันมาบ้าน    ทรมารปานไฟกลุ้ม ซุ่มในทรวงบ่หายซวง  แสนอาลัยเป็นหว่ง ย้านลูกชายแม้เดือฮ้อนอาวรเท้าได้กล่าวหา    แน่นจุกหลายจนอ่อนล่าน้ำหลั่งออกเป็นสาย  น่าหลุ่โตนหลายเด้อหน่อนอนสิ้นใจแม่จวนม่วย   ถึงคราวซวยหน่อบุญเค้าคือไฟเตาใกล้สิ้นถ่าย ลูกคงมาบ่ทันการณ์พอมารดาได้สั่งย่ำลาเท้าก่อนซิตาย หันใจแทบพอได๋หน้าท้องเค็งปาหนังกลองเด้อหน่อ
น้ำตาไหลหน้องๆ ส่องบ่เห็นประเด็นแก้ บ่เห็นแผลโพรงซ้ำ  ทนระกำท้องแน่นอั๋ง 
โอ้ย ฮ้องกะฮ้องบ่ดัง แน่นจนครางกะบ่ได๋ อีนางใภ้กะบ่สน 

จุกหลายเด้อ..........      จุดหลายเด้อเวทนาลื่นล้นจนเสียดทั่งในหัวใจเด้อหน่อ
ตายจริงๆล่ะหน่อเฮ้า แพรวเบาหายใจตื้น   หมดแฮ้งบืนกำลังเสียม ถอยลงเอ๋ย บ่รอดแน่
บ่พ้นตายแท้ๆแย่ลงเลยเพราะเปลือยใน   บุญที่เคยก่อไว้ทอดผ้าป่ากฐินทาน โบสถ์วิหารโรงเรียนได้ร่วมทุนตั้งหลายครั้ง  แล้วนึกถึงคุณพุทธังและธรรมัง สังคัง พร้อม  สามประการเป็นที่พึ่งขอให้สุขเริงๆ  เถิงวิมารชั้นฟ้า พระล้าน้อมทีช่วยหนุน  
สงบใจบ่ให้วุ่น นึกถึงคุณแห่งศีลทาน ดวงวิญาณกะลอยป๋าห่างจากกายเรือนร่าง 
บ่จองเวรอีนางใภ้  ไปคนทางย้างคนที  วิญาณแม่คำมี ห่วงลูกชายผู้อยู่ใต้ไปเมืองฟ้า
เอิ้นสั่งลาแล้วล่ะน่า   ศรัทธาโยม……